Tuesday, January 16, 2018

Kyushu First Time วันที่ 3 : สัมผัสเบา ๆ กับเมืองทหารเรือซาเซโบะ

สวัสดีค่ะ

หลังจากชิลในเมืองชนบทอย่างฮิราโดะมาสองวัน วันนี้ป้าหมวยยจะกลับเข้าเมืองที่เป็นจุดต่อรถตอนขามานั่นคือเมืองซาเซโบะ 

โปรแกรมสำหรับวันนี้ไม่มีอะไรมาก เพราะเป็นเดินทางไปซาเซโบะแล้วชมสถานที่ในตัวเมืองนิดหน่อย

  • เช้า: สถานีรถไฟทาบิระฮิราโดะกุจิ เดินทางไปซาเซโบะ
  • กลางวัน: โบสถ์มิอุระ พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์กองกำลังป้องกันตนเองทางทะเลญี่ปุ่นซาเซโบะ
  • เย็น: ย่านการค้ายงคะโจ

เช้านี้ป้าตื่นสายหน่อย เก็บตกบรรยากาศริมอ่าวแล้วเช็คเอาท์เดินทางไปซาเซโบะ รอบนี้เปลี่ยนจากการเดินทางด้วยรถบัสเป็นรถไฟเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศเดินทางค่ะ ป้าขึ้นรถเมล์จากหน้าอ่าวไปลงที่ป้ายรถเมล์ทาบิระฮิราโดะกุจิเอคิมาเอะ (たびら平戸口駅前 Tabira Hirado-guchi Ekimae) แล้วเดิน 2 นาทีไปที่สถานีรถไฟแล้วขึ้นรถไฟสายมัตสึระค่ะ รถเมล์ที่มาลงป้ายนี้มีแค่วันละเที่ยว ปกติจะต้องลงที่ป้ายฮิราโดะกุจิซัมบาชิ (平戸口桟橋 Hirado-guchi Sambashi) แล้วเดินสิบนาทีมาถึงสถานีรถไฟค่ะ


สถานีรถไฟทาบิระฮิราโดะกุจิ (Tabira Hiradoguchi Train Station / たびら平戸口駅 Tabira Hirado-guchi Eki)



สถานีรถไฟทาบิระฮิราโดะกุจิ สถานี ณ สุดขอบตะวันตกของญี่ปุ่น


เป็นสถานีรถไฟของบริษัทมัตสึระ(松浦鉄道 Matsura Tetsudou) และได้ชื่อว่าเป็นสถานีที่อยู่สุดขอบตะวันตกของญี่ปุ่น (日本最西端の駅 Nihon Saiseitan no Eki) โดยนับเฉพาะรางคู่ธรรมดาไม่นับรวมรางรถโมโนเรลรางเดี่ยวในโอกินาว่า (ส่วนสถานีซาเซโบะถือว่าเป็นสถานีสุดขอบตะวันตกของรถไฟ JR) นักท่องเที่ยวสามารถซื้อใบประกาศณียบัตรที่ระลึกได้ในราคา 200 เยน ภายในสถานีมีส่วนพิพิธภัณฑ์จัดแสดงประวัติของรถไฟสายมัตสึระและสิ่งของที่ใช้การเดินรถไฟสมัยก่อน เช่น หมวกและเครื่องแบบพนักงาน อุปกรณ์ที่ใช้ในการเดินรถไฟสมัย สมุดบันทึกการเดินรถ ป้ายสถานี ฯลฯ พิพิธภัณฑ์นี้เข้าชมฟรียกเว้นช่วงพักเที่ยง

พิกัด GPS: 33.362607, 129.582711


รถไฟที่นั่งเป็นรถไฟแบบ One Man คันเดียว ระหว่างทางมีเด็กนักเรียนขึ้นมาเป็นระยะ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาทีจนสุดทางที่สถานีรถไฟเมืองซาเซโบะค่ะ ค่าตั๋วรถไฟ 1,220 เยน

ขอแนะนำเกี่ยวกับเมืองซาเซโบะค่ะ

เมืองซาเซโบะ (佐世保 Sasebo) อยู่ในจังหวัดนางาซากิ เดิมเป็นหมู่บ้านชาวประมงเล็ก ๆ และเริ่มมีบทบาทมากขึ้นในสมัยเมจิ มีการสร้างฐานทัพเรือจักรวรรดิเพราะมีภูมิประเทศเหมาะสม มีอู่ต่อเรือ โรงงานอุตสาหกรรมหนัก ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองซาเซโบะได้รับความเสียหายมากจากการถูกทิ้งระเบิด เมื่อสงครามสิ้นสุดลง กองทัพเรือสหรัฐอเมริกาได้เข้าพื้นที่จัดตั้งฐานทัพเรือ United States Fleet Activities Sasebo (USFA) บนพื้นที่ของฐานทัพเรือจักรวรรดิ มีหน้าที่จัดส่งกำลังบำรุงกองเรือส่วนหน้าของ The United States Pacific Fleet นอกจากนี้ขอเป็นของกองกำลังป้องกันตนเองทางทะเลแห่งญี่ปุ่นหรือ Japan Maritime Self-defense Force (JMSDF)

ด้วยเหตุผลข้างต้นซาเซโบะจึงเป็นเมืองฐานทัพเรือและได้รับวัฒนธรรมตะวันตกจากอเมริกา ดังจะเห็นได้จากอาหารขึ้นชื่อ เช่น แฮมเบอร์เกอร์ ที่ทหารอเมริกันเป็นผู้นำเข้ามาแล้วมีการปรับรสชาติให้ถูกปากคนญี่ปุ่นมากยิ่งขึ้น

ซาเซโบะมีพื้นที่ส่วนหนึ่งอยู่ในอุทยานแห่งชาติไซไค จึงมีแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่สวยงาม เช่น หมู่เกาะคุจูคุชิม่า นอกจากนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวอื่น ๆ เช่น สะพานไซไค พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำคุจูคุชิม่า ธีมปาร์คเฮาเทนบอส หรือโบสถ์คาทอลิกเก่าแก่ที่เกาะคุโรชิม่าซึ่งเป็นหนึ่งในรายชื่อเบื้องต้นเสนอเป็นมรดกโลก

เรามาถึงสถานีรถไฟซาเซโบะประมาณเที่ยงครึ่ง พอมาถึงก็แลกตั๋ว JR North Kyushu Pass และจองที่นั่งสำหรับสามวันสุดท้ายก่อนจบทริป เอากระเป๋าฝากในโรงแรม Toyoko Inn Sasebo Ekimae ที่อยู่ติดกับสถานี ขอแนะนำร้านข้าวหมูทอดร้านทงคัทสึ ฮามาคัทสึ  (とんかつ浜勝 Tonkatsu Hamakatsu) ที่อยู่ตรงสถานีค่ะ มีชุดอาหารเซ็ตให้เลือกหลายอย่าง มีข้าวขาวและขาวแดงที่ดีต่อสุขภาพให้เลือกด้วย


ชุดหมูคัทสึชีสกับข้าวแดง


จากนั้นป้าเดินทางไปที่โบสถ์มิอุระ โดยข้ามถนนไปฝั่งตรงข้ามสถานีรถไฟซาเซโบะแล้วเดินไปทางซ้ายอีก 3 นาที การเข้าชมโบสถ์ ผู้เยี่ยมชมต้องถอดหมวก ถอดรองเท้า และไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพค่ะ


โบสถ์มิอุระ (Miura Catholic Church / 三浦カトリック教会 Miura Katorikku Kyoukai)


โบสถ์มิอุระ
ด้านในโบสถ์มิอุระ

เป็นโบสถ์คาทอลิกในรูปแบบสถาปัตยกรรมโกธิคมีหลังคาทรงแหลม 3 ยอด ตั้งอยู่บนเนินริมถนนใกล้สถานีรถไฟซาเซโบะ ด้านหน้ามีพระรูปพระเยซูผายมือขึ้น ที่ฐานเขียนเป็นภาษาญี่ปุ่นว่า 「我は道なり、真理なり、生命なり Ware wa michi nari, makoto nari, inochi nari」 แปลว่า "เราคือหนทาง ความจริง และชีวิต" ข้อความนี้อยู่ในพระวารสารนักบุญยอห์นบทที่ 14  ข้อ 6

โบสถ์หลังเดิมสร้างขึ้นที่ตำบลทานิโกะในปี 1897 ก่อนจะย้ายมาสร้างใหม่ที่ตำบลมิอุระในปี 1931 โดยคุณพ่อวาคิดะ อาซาโกโร่ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองตัวโบสถ์ถูกทาด้วยสีดำเพื่อพรางสายตาจากเครื่องบินทิ้งระเบิดและรอดพ้นจากความเสียหายมาได้ เมื่อสงครามสิ้นสุดลงจึงมีการทาสีให้กลับเป็นอย่างเดิม ตัวโบสถ์สร้างอยู่บนเนินแต่เมื่อมีการขยายถนนจึงต้องตัดพื้นที่เนินเขาด้านหน้าออกและติดตั้งบันไดทางขึ้นอย่างที่เห็นในปัจจุบัน แต่สามารถขับรถมาจอดที่ด้านหลังได้

ภายในโบสถ์ตกแต่งด้วยศิลปะแบบโกธิคคล้ายโบสถ์นักบุญฟรังซิสเซเวียร์ที่ฮิราโดะ สร้างเพดานโค้งแบบปีกค้างคาวหรือ Rib vault หน้าต่างประดับด้วยกระจกสีสเตนกลาสสีสันสดใส เหนือพระแท่นมีพระรูปพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซู ที่นี่มีมิสซาทั้งภาษาญี่ปุ่นและภาษาอังกฤษสำหรับชาวต่างประเทศที่ทำงานในซาเซโบะ

ปกติห้ามถ่ายภาพภายในโบสถ์แต่ได้รับอนุญาตจากผู้ดูแลแล้ว

พิกัด GPS: 33.165962, 129.725958


ต่อจากชมโบสถ์ ป้าข้ามถนนขึ้นรถบัสฝั่งตรงข้ามไปลงที่ป้ายโมโตมาจิ-โซโกเบียวอิงมาเอะ  (元町・総合病院前 Motomachi-Sougou Byoin Mae) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 นาทีเพื่อไปพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์กองกำลังป้องกันตนเองทางทะเลญี่ปุ่น การเดินทางนอกจากขึ้นรถบัสซึ่งดูค่อนข้างยุ่งยากก็สามารถเดินทะลุผ่านย่านการค้าใช้เวลา 25 นาทีได้ค่ะ


พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์กองกำลังป้องกันตนเองทางทะเลญี่ปุ่นซาเซโบะ (Japan Maritime Self-defense Force History Museum Sasebo / 海上自衛隊佐世保史料館 Kaijō Jieitai Sasebo Shiryōkan)


พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์กองกำลังป้องกันตนเองทางทะเลซาเซโบะ

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีอีกชื่อว่า Sail Tower (セイルタワー) ด้านหน้าของอาคารมีมุมหลังคารูปแปดเหลี่ยมของอาคารเก่าที่เคยเป็นสโมสรทหารเรือของกองทัพเรือจักรวรรดิ ส่วนอาคารหลังใหม่ด้านหลังมีหลังคาโค้งและเสาบนยอดอาคารสื่อถึงใบเรือ และกระจกโปร่งใสสื่อถึงทะเลอันกว้างใหญ่

ผู้มาเยือนไม่ว่าเป็นคนญี่ปุ่นหรือต่างชาติสามารถเข้าชมได้ฟรีไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่ห้ามถ่ายรูปภายในอาคาร
  • เริ่มจากชั้นที่ 7 ซึ่งเป็นชั้นโรงฉายภาพยนต์เป็นรอบ ๆ ละ 45 นาทีและมีจุดชมวิวเมืองซาเซโบะ
  • ชั้นที่ 6 จัดแสดงจุดกำเนิดกองทัพเรือจักรวรรดิญี่ปุ่น การพัฒนาสมัยปลายบาคุมัตสึและสมัยเมจิ  มีภาพจำลองเรือดำเข้าอ่าวอุรางะที่เอโดะ การจัดตั้งโรงเรียนทหารเรือนางาซากิ การเดินทางไปยังซานฟรานซิสโกของเรือคังรินมารูที่นำโดยคัทสึไคชู
  • ชั้นที่ 5 จัดแสดงบทบาทของกองทัพเรือจักรวรรดิในสงครามญี่ปุ่น-จีนครั้งที่ 1 และสงครามญี่ปุ่น-รัสเซีย
  • ชั้นที่ 4 จัดแสดงบทบาทกองทัพเรือจักรวรรดิญี่ปุ่นในสงครามมหาเอเซียบูรพา มีตัวอย่างจำลองกองเรือในยุทธนาวีต่าง ๆ เช่น การโจมตีอ่าวเพิร์ลฮาเบอร์ ยุทธนาวีที่มิดเวย์ ฯลฯ ตัวอย่างจำลองเครื่องบินรบซีโร่ รวมทั้งเครื่องแบบของทหารเรือในสมัยนั้น
  • ชั้นที่ 3 จัดแสดงประวัติกองกำลังป้องกันตนเองทางทะเลญี่ปุ่น มีภาพและตัวอย่างจำลองของเรือรบประเภทต่าง ๆ รวมทั้งตัวอย่างชุดเครื่องแบบที่ใช้ในกองกำลังฯ
  • ชั้นที่ 2 จัดแสดงบทบาทและหน้าที่ของกองกำลังป้องกันตนเองทางทะเลญี่ปุ่น มีห้องสมุดสำหรับค้นคว้าข้อมูล
  • ชั้นที่ 1 จัดแสดงประวัติฐานทัพเรือซาเซโบะ มีห้องนิทรรศการพิเศษ และร้านขายของที่ระลึก

เวลาทำการ: 9:30-17:00 (เข้าชมก่อน 16:30)
วันหยุด: ทุกวันพฤหัสบดีที่สามของเดือน, วันที่ 28 ธันวาคม - 4 มกราคม
ค่าเข้าชม: ฟรี

พิกัด GPS: 33.173819, 129.713544
โบรชัวร์ภาษาอังกฤษ: http://www.mod.go.jp/msdf/sasebo/5_museum/1_guide/img/leaflet_eng.pdf


จากข้างบนถ้างงว่า ทำไมคำเรียกกองทัพไม่เหมือนกัน ป้าสรุปให้สั้น ๆ ว่า กองทัพเรือญี่ปุ่นก่อนตั้งขึ้นปี 1868 เป็นกองทัพเรือจักรวรรดิญี่ปุ่น (大日本帝國海軍 Dai Nippon Teikoku Kaigun / Imperial Japanese Navy - IJN) และเข้าร่วมสงครามหลายครั้ง ต่อมาเข้าร่วมฝ่ายอักษะและพ่ายแพ้ในสงครามโลกครั้งที่สอง ญี่ปุ่นจึงต้องยอมรับในปฏิญญาพ็อทซดัม (Potsdam Declaration) ที่ฝ่ายสัมพันธมิตรเรียกร้องให้ปลดอาวุธ ในรัฐธรรมนูญญี่ปุ่นปี 1947 มาตรา 9 ระบุมิให้ญี่ปุ่นจัดตั้งกองทัพเพื่อการศึกสงครามอีก แต่ในทางพฤตินัยสามารถมีกองกำลังเพื่อปกป้องตนเองจากการรุกรานและช่วยเหลือกิจสาธารณะได้ กองกำลังป้องกันตนเองทางทะเล (海上自衛隊 Kaijō Jiei Tai / Japan Maritime Self-Defense Force - JMSDF) จึงถือกำเนิดขึ้นใหม่ในปี 1954

ที่ป้าลองมาที่นี่เพราะเห็นว่ามันฟรีค่ะ จริง ๆ น่าจะเหมาะกับคนสายทหารโดยเฉพาะทหารเรือที่จะว้าวเป็นพิเศษ ภาษาที่บรรยายในพิพิธภัณฑ์ 95% เป็นภาษาญี่ปุ่น ป้าเองทักษะภาษาญี่ปุ่นแค่หางอึ่งเลยแปลมิใคร่ออก อย่างไรก็ตามถึงไม่รู้เรื่องอะไรเลย แค่เดินดูก็พอมองเห็นความยิ่งใหญ่ของกองทัพเรือจักรวรรดิและเทคโนโลยีล้ำหน้าของกองกำลังป้องกันตนเองทางทะเลแล้วค่ะ

ที่ชั้น 2 มีเกมซิมิวเลเตอร์ให้ลองเล่นด้วยนะ เป็นการบังคับเรือให้เข้าหรือออกจากท่าไปยังจุดหมายที่กำหนดเพื่อการเรียนรู้การทำงานของพังงาเรือที่ไม่เหมือนกับพวงมาลัยรถ ในเกมจะมีเรือเล็กบ้างใหญ่บ้างเข้ามาในเส้นทางซึ่งเราจะต้องปรับลดเพิ่มความเร็วและหลบหลีกเรือ โดยดูองศาทิศทางและปรับดูภาพจากมุมต่าง ๆ ประกอบ คำแนะนำการเล่นเป็นภาษาญี่ปุ่นล้วน ป้าลองปล่อยแก่เล่นดูก็สนุกดีค่ะ Mission Complete เอาเรือออกจากท่าสำเร็จด้วย

ส่วนร้านขายของที่ระลึกมีสินค้าเกี่ยวกับทหารเรือจำหน่ายหลายอย่าง เช่น พวงกุญแจ หมวกแก๊ปปักชื่อเรือรบและรหัส  สติ๊กเกอร์ เสื้อ เรือรบจำลอง ฯลฯ รวมทั้งแกงกะหรี่ซองสำเร็จรูปพร้อมทาน ได้ยินว่า 'แกงกะหรี่ทหารเรือ' (海軍カレー Kaigun Karē) ของทหารเรือมีชื่อเสียงมาก สำหรับราคาสินค้าก็สูงในระดับนึง


ป้าออกจากพิพิธภัณฑ์แล้วมาเดินเล่นที่ย่านการค้าซาเซโบะยงคะโจค่ะ ระยะทางร่วม 1 กิโลเมตรแต่มีร้านค้าตลอดทางก็เดินได้เพลิน ๆ ฝนตกก็เดินได้เพราะมีหลังคาคลุม


ย่านการค้าซเซโบะยงคะโจ (Sasebo Yonkacho  Shopping Mall / させぼ四ヶ町 Sasebo Yonkachō)


ร้านในย่านการค้ายงคะโจ

เป็นย่านถนนช็อปปิ้งใจกลางเมืองซาเซโบะที่มีความยาวประมาณ 1 กิโลเมตรและได้ชื่อว่าเป็นถนนช็อปปิ้งที่ยาวที่สุดในญี่ปุ่น มีร้านค้ากว่า 160 ร้านโดยแบ่งออกเป็นสามส่วนใหญ่ได้แก่ ยงคะโจ (四ヶ町 Yonkachō), เคียวมาจิ (京町 Kyōmachi) และซังคะโจ (三ヶ町 Sankachō) มีทั้งร้านอาหาร เสื้อผ้า ของใช้ในบ้าน เครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าสุขภาพความงาม ร้านอาหาร ธนาคาร และอื่น ๆ

เว็บไซท์: http://yonkacho.com/english/


ป้าเดินดูของเพลิน ๆ ยาวไปจนถึงทางออกยงคะโจใกล้ถนนสายหลักเลยค่ะ แถวสถานีมีซุปเปอร์มาร์เก็ตช้างน้อย Ellena หาซื้อนมผลไม้แล้วเช็คอินเข้าที่พักสบาย ๆ


สำหรับเส้นทางการเดินจากสถานีไปโบสถ์มิอุระ พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์กองกำลังป้องกันตนเองญี่ปุ่นซาเซโบะ และย่านการค้ายงคะโจสามารถไปซูมดูได้จากเส้นสีแดงนะคะ ที่เหลือเป็นเส้นทางขับรถของวันที่ 5 ค่ะ

 

 
ตอนที่ 4     Kyushu First Time วันที่ 4 - 5 : ขับรถชมหมู่เกาะคุจูคุชิม่าและซากุระที่ซาเซโบะ

ตอนที่ 3     Kyushu First Time วันที่ 3 : สัมผัสเบา ๆ กับเมืองทหารเรือซาเซโบะ

ตอนที่ 2     Kyushu First Time วันที่ 2 : เที่ยวชิล ๆ ในเมืองฮิราโดะ

ตอนที่ 1     Kyushu First Time วันที่ 1 : เดินเล่นริมอ่าวฮิราโดะ


เนื้อหาที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ


นักบุญฟรังซิสเซเวียร์

ปูพื้นประวัติศาสตร์คริสตศาสนาในญี่ปุ่นและนางาซากิ

No comments:

Post a Comment