สวัสดีค่ะ ป้าหมวยยยค่ะ
โพสต์นี้ขอรวมวันที่ 4 - 5 ในโพสต์เดียวเลยนะคะ
วันที่ 4 ของการเดินทางแล้วค่ะ ตรงกับวันที่ 4 เมษายน 2016 วันนี้เป็นวันขับรถครั้งแรกในญี่ปุ่นของป้าค่ะ (ตื่นเต้น ๆ ๆ) โปรแกรมวันนี้เน้นออกนอกเมืองไปจุดชมวิวหมู่เกาะคุจูคุชิม่าและสะพานไซไคบาชิด้วยรถเช่าค่ะ
- เช้า: รับรถเช่า จุดชมวิวเทนไคโฮ จุดชมวิวฟุนาโกชิ จุดชมวิวอิชิดะเคะ
- กลางวัน: จุดชมวิวยูมิฮาริดะเคะ สะพานไซไคบาชิ
- เย็น: คืนรถ ศูนย์การค้าโกะบังไค
ป้าติดต่อเช่ารถผ่านทางอินเตอร์เน็ตแล้วไปรับรถที่
Times Car Rental สาขาสถานีรถไฟซาเซโบะ ใช้หลักฐานอีเมล์ ใบขับขี่ไทย
ใบขับขี่สากล และชำระเงินด้วยบัตรเครดิต รถที่เช่าเป็นรถ Kei-Car
หรือรถกระป๋องคันเล็กขนาด 660 ซีซี เช่า 12 ชั่วโมง ราคารวมประกันชั้นสูงสุดและภาษีอยู่ที่ 7,668
เยนหรือประมาณ 2,300 บาท (เรท 100 เยน/30 บาท)
รถคันที่ได้เป็นรถ Mitsubishi EK Wagon สีฟ้าน้ำทะเลสดใสค่ะ ที่เลือกรถคลาส Kei-Car เพราะเห็นว่าเป็นการขับเที่ยว ไม่ได้ขนของเลยไม่จำเป็นต้องใช้รุ่นใหญ่ นอกจากนี้ค่าเช่าและค่าทางด่วนก็ราคาถูกกว่ารถธรรมดาด้วยค่ะ
| รถ Kei-Car Mitsubishi EK Wagon |
รถคันที่ได้เป็นรถ Mitsubishi EK Wagon สีฟ้าน้ำทะเลสดใสค่ะ ที่เลือกรถคลาส Kei-Car เพราะเห็นว่าเป็นการขับเที่ยว ไม่ได้ขนของเลยไม่จำเป็นต้องใช้รุ่นใหญ่ นอกจากนี้ค่าเช่าและค่าทางด่วนก็ราคาถูกกว่ารถธรรมดาด้วยค่ะ
การขับรถที่ญี่ปุ่นเหมือนเมืองไทยเลยค่ะ
คือขับเลนซ้าย แต่มีจุดที่ต้องระวังเป็นพิเศษ เช่น
ไม่มีเลี้ยวซ้ายผ่านตลอด ต้องหยุดให้คนเดินถนนเสมอ หยุดหน้าป้าย
止まれ ให้สนิทก่อนจะไปต่อ ไม่จอดรถในที่ที่ไม่ได้รับอนุญาต
ไม่ใช้ความเร็วเกินกำหนด คาดเข็มขัดนิรภัยและใช้คาร์ซีทสำหรับเด็กเสมอ ฯลฯ
โดยสรุปแล้วไม่ยากแต่ต้องรักษากฏไว้ให้ดีเพราะค่าปรับแพงมาก
ตอนแรกวางแผนป้าก็ไม่ค่อยมั่นใจที่จะขับที่ญี่ปุ่น แต่มาคิดว่าถ้าไม่กล้าขับก็ไม่ได้ไปเที่ยวที่ดี ๆ ที่อยากไปนะสิ อีกอย่าง ขับในกรุงเทพจะว่าไปมันก็โหดเอาเรื่องอยู่นะ ทั้งรถมอเตอร์ไซค์ยุ่บยั่บ ซอยแคบ แผงลอย ของวางเกะกะ คนขับด้อยวินัย ฯลฯ เลยมองว่าถ้าขับในกรุงเทพได้ ที่ญี่ปุ่นรถน้อยกว่าคนมีมารยาทกว่าตั้งเยอะก็ต้องขับได้ซี่ ป้าเลยลองขับดูแล้วก็ติดใจเลยค่ะ ถ้าชินแล้วก็ขับได้สบายจริง ๆ
ตอนแรกวางแผนป้าก็ไม่ค่อยมั่นใจที่จะขับที่ญี่ปุ่น แต่มาคิดว่าถ้าไม่กล้าขับก็ไม่ได้ไปเที่ยวที่ดี ๆ ที่อยากไปนะสิ อีกอย่าง ขับในกรุงเทพจะว่าไปมันก็โหดเอาเรื่องอยู่นะ ทั้งรถมอเตอร์ไซค์ยุ่บยั่บ ซอยแคบ แผงลอย ของวางเกะกะ คนขับด้อยวินัย ฯลฯ เลยมองว่าถ้าขับในกรุงเทพได้ ที่ญี่ปุ่นรถน้อยกว่าคนมีมารยาทกว่าตั้งเยอะก็ต้องขับได้ซี่ ป้าเลยลองขับดูแล้วก็ติดใจเลยค่ะ ถ้าชินแล้วก็ขับได้สบายจริง ๆ
ขอแนะนำเกี่ยวกับหมู่เกาะคุจูคุชิม่าที่มีชื่อเสียงค่ะ
หมู่เกาะคุจูคุชิม่า (九十九島 Kujūkushima)
"คุจูคุชิม่า" (九十九島 Kujukushima) แปลตรงตัวว่า 99 เกาะ แต่จริง ๆ เป็นคำสื่อถึงจำนวนนับไม่ถ้วน หมู่เกาะคุจูคุชิม่ามีเกาะน้อยใหญ่อยู่มากมายถึง 208 เกาะที่ทอดตัวอยู่ในทะเลตะวันตกของคาบสมุทรคิตะมัตสึระครอบคลุมพื้นที่เขตซาเซโบะและเขตฮิราโดะ เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติไซไค ( Saikai National Park / 西海国立公園 Saikai Kokuritsu Kōen) เป็นพื้นที่มีความหลากหลายทางระบบนิเวศน์ธรรมชาติและเป็นแหล่งวิจัยสัตว์ทะเลที่สำคัญ มีจุดชมวิวหลายจุดในเมืองซาเซโบะที่สามารถมองเห็นหมู่เกาะคุจูคุชิม่าได้ชัดเจน
หมู่เกาะคุจูคุชิม่า (九十九島 Kujūkushima)
| หมู่เกาะคุจูคุชิม่า |
"คุจูคุชิม่า" (九十九島 Kujukushima) แปลตรงตัวว่า 99 เกาะ แต่จริง ๆ เป็นคำสื่อถึงจำนวนนับไม่ถ้วน หมู่เกาะคุจูคุชิม่ามีเกาะน้อยใหญ่อยู่มากมายถึง 208 เกาะที่ทอดตัวอยู่ในทะเลตะวันตกของคาบสมุทรคิตะมัตสึระครอบคลุมพื้นที่เขตซาเซโบะและเขตฮิราโดะ เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติไซไค ( Saikai National Park / 西海国立公園 Saikai Kokuritsu Kōen) เป็นพื้นที่มีความหลากหลายทางระบบนิเวศน์ธรรมชาติและเป็นแหล่งวิจัยสัตว์ทะเลที่สำคัญ มีจุดชมวิวหลายจุดในเมืองซาเซโบะที่สามารถมองเห็นหมู่เกาะคุจูคุชิม่าได้ชัดเจน
ที่
ๆ ป้าขับรถไปได้แก่ จุดชมวิวเทนไคโฮ, จุดชมวิวฟุนาโกชิ, จุดชมวิวอิชิดาเคะ,
จุดชมวิวยูมิฮาริ และสะพานไซไคค่ะ จุดแรกที่เดินทางไปถึงคือ เทนไคโฮ
จากสถานีใช้เส้นทาง SSK Bypass และไปถามถนนหลวงสาย 149 มีลานจอดรถกว้างขวาง
มีคนเดินทางมาชมเรื่อย ๆ ทั้งขับรถมาหรือนั่งรถเมล์
มีมาชมเป็นหมู่คณะด้วยรถบัสก็มี
เป็นจุดชมวิวหมู่เกาะคุจูคุชิม่าที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง อยู่ไกลจากตัวเมืองประมาณ
10 กิโลเมตร ใกล้ ๆ ลานจอดรถมีแปลงรูปวงกลมปลูกดอกไม้สวยงามให้ชมตลอดปี
ช่วงฤดูใบไม้ผลิจะปลูกดอกนาโนฮานะสีเหลือง ฤดูใบไม้ร่วงปลูกดอกคอสมอสสีชมพู
มีหอชมวิวที่ดูวิวได้ 360 องศา
ช่างภาพนิยมมาถ่ายภาพพระอาทิตย์ตกที่นี่กันมาก
บริเวณใกล้
ๆ จุดชมวิวมีอนุสาวรีย์ของอาจารย์ทานากะ โฮสึมิ (田中穂積 Tanaka Hozumi, 1855 - 1904)
นายทหารเรือผู้แต่งทำนองเพลง 'อุรุวะชิกิเท็นเน็น' (美しき天然 Uruwashiki Tennen) หรือรู้จักกันในอีกชื่อ 'เท็นเน็น โนะ บิ' (天然の美 Tennen no Bi)
ซึ่งแต่งขึ้นในปี 1902
เป็นเพลงทำนองวอลซ์ที่บรรยายความสวยงามของหมู่เกาะคุจูคุชิม่าและมีชื่อเสียงไปทั่วประเทศ
พิกัด GPS: 33.1315336,129.6930754
พิกัด GPS: 33.1315336,129.6930754
จากเทนไคโฮขับรถย้อนมาทางเดิมและเลี้ยวไปทางสวนสัตว์โมริคิราระประมาณ
6 ก.ม. ก็ถึงจุดชมวิวฟุนาโกชิซึ่งเป็นจุดชมวิวหมู่เกาะคุจูคุชิม่าขนาดเล็ก
ตั้งอยู่ตรงทางโค้งใกล้วัดโจจูอิงที่อยู่ระหว่างพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำอุมิคิราระและสวนสัตว์โมริคิราระ
มีที่จอดรถด้านหน้าสามคันและด้านข้างอีกหลายคัน
ที่นี่จะเห็นมุมต่ำของหมู่เกาะคุจูคุชิม่าแต่จะมองไม่เห็นวิวฝั่งอ่าวเมืองซาเซโบะ
พิกัด GPS: 33.151278, 129.683493
จุดชมวิวอิชิดะเคะ (Ishidake Observatory / 石岳展望台 Ishidake Tembōdai)
เป็นจุดชมวิวหมู่เกาะคุจูคุชิม่าที่มีชื่อเสียงอีกแห่งหนึ่ง
เคยเป็นฉากในหนังเรื่อง Last Samurai
ต้องจอดรถไว้ที่ลานแล้วเดินเข้าไปตามทางในป่าเล็ก ๆ
ด้านบนสุดมีหอชมวิวระยะไกล อาจมีโอกาสเห็นเรือท่องเที่ยวของ Kujukushima Pearl
Sea Resort แล่นผ่านด้วย
พิกัด GPS: 33.154794, 129.687682
จุดชมวิวยูมิฮาริดะเคะ (Yumiharidake Observatory / 弓張岳展望台 Yumiharidake Tembōdai)
จุดชมวิวบนยอดเขายูมิฮาริที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์เมืองซาเซโบะได้ทั่ว
เห็นได้ทั้งฝั่งทะเลเปิดโกโต้ หมู่เกาะคุจูคุชิม่า ฐานทัพเรือและตัวเมืองค่ะ อาคารจุดชมวิวมีเสาสลักรูปมือกำลังง้างศร และหลังคาเป็นรูปโค้งแหลมคล้ายหัวธนู สมชื่อยูมิฮาริที่แปลว่าง้างศร นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นมาชมวิวยามค่ำคืนได้ ไม่ไกลจากจุดชมวิวมีโรงแรมระดับ 4
ดาวที่ได้รับความนิยมในหมู่คู่รักด้วย
ขึ้นเขาไปสามลูกแล้วจากนี้ป้าเดินทางต่อไปชมสะพานไซไคค่ะ
ขับรถลงเขามาตามถนนแล้วขึ้นทางด่วนนิชิคิวชู (Nishi-Kyushu Expressway /
西九州道路 Nishi Kyuushuu Dōro) ไปตามถนนทางหลวงขึ้นทางด่วนไซไคเพิร์ลไลน์ (Saikai Pearl Line /
西海パールライン Saikai Pāru Rain) ก็จะถึงสวนสาธารณะสะพานไซไคค่ะ
บนเส้นทางยาวประมาณ
25 กม. นี้ ต้องขึ้นทางด่วนสองจุด แต่ราคาทางด่วนไม่แพง รถธรรมดาอยู่ที่
150 และ 100 เยนตามลำดับ ส่วนรถ Kei-Car คันเล็ก ๆ ที่ป้าขับเสีย 100 เยนทั้งสองจุดค่ะ
ป้าขอเล่าความโก๊ะให้ฟัง ตอนขึ้นทางด่วนจุดแรกเป็นแบบมีเจ้าหน้าที่รับเงิน แต่จุดที่สองเป็นแบบตู้อัตโนมัติ ทีนี่้ป้ากะระยะผิดไปนิด จอดห่างจนเอื้อมมือไปหยอดเหรียญไม่ถึงต้องปลดเข็มขัดนิรภัยออก พอเอื้อมหยอดเหรียญได้ดันเอื้อมมือไปรับเงินทอนไม่ถึงอีก คราวนี้ต้องเปิดประตูออกมาครึ่งตัวแลดูทุลักทุเล เหลือบไปเห็นว่ามีรถสิบล้อต่อท้ายด้วย คนขับคงมองดูอยู่นานละว่า อิป้าคันหน้านี่ทำอะไรของมันว้า 555
สวนสาธารณะไซไคบาชิ (Saikaibashi Park / 西海橋公園 Saikaibashi Kōen)ป้าขอเล่าความโก๊ะให้ฟัง ตอนขึ้นทางด่วนจุดแรกเป็นแบบมีเจ้าหน้าที่รับเงิน แต่จุดที่สองเป็นแบบตู้อัตโนมัติ ทีนี่้ป้ากะระยะผิดไปนิด จอดห่างจนเอื้อมมือไปหยอดเหรียญไม่ถึงต้องปลดเข็มขัดนิรภัยออก พอเอื้อมหยอดเหรียญได้ดันเอื้อมมือไปรับเงินทอนไม่ถึงอีก คราวนี้ต้องเปิดประตูออกมาครึ่งตัวแลดูทุลักทุเล เหลือบไปเห็นว่ามีรถสิบล้อต่อท้ายด้วย คนขับคงมองดูอยู่นานละว่า อิป้าคันหน้านี่ทำอะไรของมันว้า 555
สวนสาธารณะไซไคบาชิอยู่ในเขตไซไค (西海市 Saikai-shi) ห่างจากเมืองซาเซโบะประมาณ 30 นาที
บริเวณสวนสาธารณะมีต้นซากุระอยู่เป็นจำนวนมากจึงเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมในช่วงฤดูใบไม้ผลิ
นอกจากนี้ยังมีลานกีฬาและเครื่องเล่นต่าง ๆ ให้พักผ่อนหย่อนใจอีกด้วย
บริเวณนี้มีสะพานสองแห่ง
ได้แก่ สะพานไซไคบาชิ (西海橋 Saikaibashi) ซึ่งเป็นสะพานสีแดง ยาว 316.26
เมตร สร้างเสร็จในปี 1955 และสะพานชินไซไคบาชิ (新西海橋 Shin Saikaibashi)
ซึ่งเป็นสะพานสีขาว ยาว 620 เมตร สร้างขึ้นในปี 2006
ทั้งสองสะพานข้ามช่องแคบฮาริโอะ (針尾瀬戸 Hario-seto) มีอีกชื่อว่า
ช่องแคบอิโนะอุระ 伊ノ浦瀬戸 Inoura-seto)
ที่เชื่อมต่อระหว่างอ่าวโอมูระและทะเลจีนตะวันออก
ช่องแคบนี้ได้ชื่อว่ามีกระแสน้ำรุนแรงที่สุดติดอันดับหนึ่งในสามของญี่ปุ่น
ผู้มาเยือนสามารถจอดรถที่สวนสาธารณะไซไคบาชิแล้วเดินมาตามทางเดินใต้สะพานชินไซไค บนพื้นทางเดินใต้สะพานมีช่องกระจกติดตั้งไว้สำหรับชมน้ำวนที่จะเกิดตามช่วงเวลาต่าง ๆ
ช่วงที่ไปซากุระกำลังบานสวยค่ะ
มีคนมาที่สวนเยอะพอสมควร เดิน ๆ เห็นคนมุงอะไรกัน อ๋อ เค้ามุงแมวจร แมวพวกนี้ดูอ้วนท้วนสมบูรณ์ดีคงมีคนดูแลให้อาหารอยู่ ผู้มาเยือนสามารถเดินมาตามทางเดินที่อยู่ใต้สะพานชินไซไคไปฝั่งตรงข้ามซึ่งมีโรงแรม
ร้านอาหารได้ สำหรับน้ำวนตอนที่ไปยังไม่เห็นเพราะปกติจะปรากฏตามช่วงเวลาเท่านั้น (แต่ป้ายังคิดว่าถึงจะมีน้ำวนแต่จะได้เห็นมั้ย เพราะช่องกระจกที่ว่ามันค่อนข้างมัวยังไงก็ไม่รู้) นอกจากนี้ยังเดินต่อไปตามทางเดินเล็ก ๆ บนสะพานไซไคได้
แต่อาจจะหวาดเสียวเล็กน้อยเวลารถใหญ่วิ่งผ่านนะคะเพราะมันสะเทือนน่าดู
พิกัด GPS: 33.055782, 129.756657
จบทริปขับรถในซาเซโบะวันนี้แล้วเอารถกลับไปคืนสบาย ๆ ตอน 5 โมงกว่า ๆ ไปเดินเล่นหาอะไรทานและซื้อผลไม้ที่ 5th Avenue (Gobangai) ค่ะ
เป็นศูนย์การค้าที่ตั้งอยู่ริมอ่าวเยื้อง
ๆ ด้านหลังของสถานีรถไฟ โดยออกทาง Minami Exit แล้วข้ามถนน ศูนย์การค้ามี
83 ร้าน มีทั้งร้านอาหารต่าง ๆ ซุปเปอร์มาร์เก็ต Ellena
รวมทั้งร้านแฮมเบอร์เกอร์ที่มีชื่อเสียง ร้านขนมของดีคิวชู
คาเฟ่สำหรับพักผ่อนเป็นต้น
พิกัด GPS: 33.165180, 129.723109
| ร้านซาเซโบะเบอร์เกอร์ "ฮิคาริ" สาขาโกะบังไก |
มาถึงที่แล้วต้องลองทานของดีซาเซโบะอย่าง "ซาเซโบะเบอร์เกอร์" (させぼバーガー Sasebo Bāgā) ในตัวเมืองมีหลายร้าน แต่ละร้านก็มีจุดเด่นต่างกัน ป้าลองสั่งทานของร้านฮิคาริ (ヒカリ Hikari) ที่โกะบังไกซึ่งสาขา 2 ของร้านเก่าแก่ที่เปิดมาตั้งแต่ปี 1951 เบอร์เกอร์แต่ละออเดอร์จะทำขึ้นตามสั่งทีละชุด ผิวขนมปังด้านนอกกรอบนิด ๆ ด้านในนุ่ม ๆ เข้ากับผักและเนื้อมากเลยเลยค่ะ ทานเสร็จแล้วนั่งเล่นริมอ่าวสักพักกลับไปโรงแรมพักผ่อนค่ะ
สำหรับตำแหน่งและเส้นทางขับรถตามลำดับเป็นดังนี้ค่ะ เลือกเมนูแสดงเส้นทางที่ต้องการได้นะคะ
วันที่ 5 เมษายน 2016 เป็นวันสุดท้ายที่ซาเซโบะค่ะ โปรแกรมวันนี้คือ เช็คเอาท์ฝากกระเป๋าที่โรงแรมไปเที่ยวที่เดียวทั้งวันแล้วค่อยเดินทางไปเมืองนางาซากิ
- เช้า: สวนน้ำคุจูคุชิม่า เพิร์ลซี รีสอร์ท ขึ้นเรือครูซชมหมู่เกาะ
- กลางวัน: พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำอุมิคิราระ
- เย็น: ออกเดินทางไปนางาซากิ
คุจูคุชิม่า
เพิร์ลซี รีสอร์ทไปสะดวกค่ะ
นักท่องเที่ยวสามารถนั่งรถบัสได้ที่ป้ายรถบัสหมายเลข 1
หน้าสถานีรถไฟซาเซโบะ มีรถออกทุก ๆ 1 ชั่วโมงเริ่มตั้งแต่ 9:35 นาฬิกา ค่าโดยสารคนละ 240 เยน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 20 นาที
สวนน้ำคุจุคุชิม่า เพิร์ลซี รีสอร์ท (Kujūkushima Pearlsea Resort / 九十九島パールシーリゾート Kujūkushima Pāru Shī Rizōto)
| วงจรชีวิตแมงดาทะเล |
| ปูเสฉวนในเปลือกหอยแก้วในส่วนนิทรรศการพิเศษ |
เดิมชื่อ Saikai Pearlsea Resort เป็นสวนน้ำและพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่มีชื่อเสียงของซาเซโบะ ค่าเข้าชม 1,440 เยน ประกอบด้วยส่วนพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำคุจูคุชิม่า อุมิคิราระ (Kujūkushima Aquarium / 九十九島水族館 海きらら Kujūkushima Suizokukan Umikirara) ที่เราสามารถชมสัตว์น้ำต่าง ๆ ที่พบในพื้นที่หมู่เกาะคุจูคุชิม่าในตู้กระจก ชมการแสดงของโลมาแสนรู้ รู้จักสัตว์โบราณอย่างแมงดาทะเล มีห้องแลปและส่วนจัดแสดงแมงกะพรุนประกอบเสียงเพลงให้ความรู้สึกผ่อนคลาย มีโซนให้นักท่องเที่ยวได้แกะหอยมุกหรือสัมผัสสัตว์น้ำบางชนิดด้วยตัวเอง นอกจากนี้ยังมีโซนจัดแสดงนิทรรศการพิเศษ ช่วงนั้นกำลังจัดแสดงเกี่ยวกับปูเสฉวนหลากหลายพันธุ์และขนาด ที่น่าสนใจคือเปลือกหอยทำด้วยแก้ว เมื่อมีปูเสฉวนเข้าไปอยู่จะได้เห็นว่าลักษณะตัวปูเวลาอยู่ข้างในเปลือกหอยเป็นอย่างไร ที่นี่มีเครื่อง audio guide ภาษาอังกฤษ จีน เกาหลีให้บริการฟรี
| เรือ Pearl Queen |
| เรือ Mirai ธีมโจรสลัด |
| ลัดเลาะไปเกาะแก่งต่าง ๆ ของหมู่เกาะคูจูคุชิม่า |
| เกาะโอจิกะเซะ (オジカ瀬 Ojikase) ที่ดูคล้ายเรือดำน้ำกำลังลอยลำ |
นอกจากนี้เรายังสามารถใช้บริการขึ้นเรือครูซล่องลัดเลาะไปตามหมู่เกาะคุจูคุชิม่า
ค่าบริการคนละ 1,400 เยน ใช้เวลา 50 นาที
โดยมีเรือสองลำให้เลือกระหว่างเรือ Pearl Queen สีขาวและเรือ Mirai
สีแดงดำธีมโจรสลัด โดยจะสลับกันออกเรือไปคนละเส้นทาง
มีเสียงบรรยายชื่อเกาะแก่งต่าง ๆ 4 ภาษาทั้งญี่ปุ่น อังกฤษ จีน และเกาหลี
จากพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำไม่ไกลนักมีสวนสัตว์และสวนพฤกษศาสตร์คุจูคุชิม่า โมริคิราระ (Kujūkushima Zoological and Botanical Garden Morikirara / 九十九島動物植物園 森きらら Kujūkushima Dōbutsu Shokubutsuen Mori Kirara) สามารถเดินทางได้ด้วยรถ shuttle bus ที่บริการฟรี
เวลาทำการ: เดือนมีนาคม - ตุลาคม 9:00-18:00, เดือนพฤศจิกายน - กุมภาพันธ์ 9:00 - 17:00
วันหยุด: -
ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ 1140 เยน เด็กตั้งแต่ 4 ขวบ - มัธยมต้น 720 เยน
พิกัด GPS: 33.173819, 129.713544
เว็บไซท์: http://www.pearlsea.jp/english/
จากพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำไม่ไกลนักมีสวนสัตว์และสวนพฤกษศาสตร์คุจูคุชิม่า โมริคิราระ (Kujūkushima Zoological and Botanical Garden Morikirara / 九十九島動物植物園 森きらら Kujūkushima Dōbutsu Shokubutsuen Mori Kirara) สามารถเดินทางได้ด้วยรถ shuttle bus ที่บริการฟรี
เวลาทำการ: เดือนมีนาคม - ตุลาคม 9:00-18:00, เดือนพฤศจิกายน - กุมภาพันธ์ 9:00 - 17:00
วันหยุด: -
ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ 1140 เยน เด็กตั้งแต่ 4 ขวบ - มัธยมต้น 720 เยน
พิกัด GPS: 33.173819, 129.713544
เว็บไซท์: http://www.pearlsea.jp/english/
ป้าไปเที่ยวคุจูคุชิม่า
เพิร์ลซี รีสอร์ท สนุกดีค่ะ ฟ้าใสแดดจ้า ไปถึงก็ลงเรือครูซ Mirai
ชมวิวเกาะแก่งต่าง ๆ ตอนออกทะเลได้ลมเย็นดีมาก
จากนั้นเข้าส่วนพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ
มีสัตว์น้ำหลากหลายประเภทและแมงกะพรุนรูปร่างแปลกตา
เห็นได้ว่าบริเวณหมู่เกาะคุจูคุชิม่ามีความหลากหลายทางระบบนิเวศวิทยาทางทะเลที่น่าสนใจมาก
การแสดงโลมามีเป็นรอบ ๆ สามารถชมด้านในกระจกและด้านนอกได้
ถ้านั่งด้านนอกโดยเฉพาะตรงที่นั่งติดสระน้ำอาจจะไม่ค่อยมีโอกาสถ่ายรูปเพราะต้องคอยยกแผ่นพลาสติกกันเปียก
แต่ก็จะได้ใกล้ชิดกว่า โลมาที่อยู่ที่นี่มี 2 ตัว เป็นโลมาปากขวด
(Bottlenose dolphin) ชื่อน้องนามิ (ナミ Nami) กับน้องนีฮะ (ニーハ Niha)
เพลิดเพลินที่นั่นเกือบทั้งวันแล้วประมาณบ่าย 4โมง ขึ้นรถเมล์กลับไปที่โรงแรม รับกระเป๋าแล้วซื้อตั๋วเดินทางไปที่นางาซากิค่ะ
ค่าตั๋วราคา 1,650 เยน (ยังไม่ใช้พาส) ใช้เวลาเดินทางหนึ่งชั่วโมงครึ่ง พอไปถึงฝนเริ่มตกซะแล้ว
ตอนเย็นป้าเช็คอินที่โรงแรม
S-Peria Hotel Nagasaki ที่อยู่ห่างจากสถานีประมาณ 600 เมตร
ใกล้สถานีรถราง Gotomachi และ Toyoko Inn Nagasaki Ekimae ราคาที่ S-Peria
แพงกว่าโรงแรมธุรกิจอื่น ๆ นิดหน่อย แต่ดีตรงที่ห้องน้ำ, ห้องอาบน้ำ
และอ่างล้างหน้าแยกกัน ทำให้สะดวกในการใช้งาน
และอีกข้อดีคือมีอาหารเช้าบุฟเฟต์แบบจัดเต็ม
ช่วงเย็นไม่มีอะไรมาก หาอะไรทานที่ศูนย์การค้าใกล้ ๆ แล้วกลับมาพักค่ะ พรุ่งนี้จะไปเที่ยวในตัวเมืองนางาซากิโซนอุราคามิกัน
ตอนที่ 4 Kyushu First Time วันที่ 4 - 5 : ขับรถชมหมู่เกาะคุจูคุชิม่าและซากุระที่ซาเซโบะ
ตอนที่ 3 Kyushu First Time วันที่ 3 : สัมผัสเบา ๆ กับเมืองทหารเรือซาเซโบะ
ตอนที่ 2 Kyushu First Time วันที่ 2 : เที่ยวชิล ๆ ในเมืองฮิราโดะ
ตอนที่ 1 Kyushu First Time วันที่ 1 : เดินเล่นริมอ่าวฮิราโดะ
เนื้อหาที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ
นักบุญฟรังซิสเซเวียร์
ปูพื้นประวัติศาสตร์คริสตศาสนาในญี่ปุ่นและนางาซากิ
ตอนที่ 4 Kyushu First Time วันที่ 4 - 5 : ขับรถชมหมู่เกาะคุจูคุชิม่าและซากุระที่ซาเซโบะ
ตอนที่ 3 Kyushu First Time วันที่ 3 : สัมผัสเบา ๆ กับเมืองทหารเรือซาเซโบะ
ตอนที่ 2 Kyushu First Time วันที่ 2 : เที่ยวชิล ๆ ในเมืองฮิราโดะ
ตอนที่ 1 Kyushu First Time วันที่ 1 : เดินเล่นริมอ่าวฮิราโดะ
เนื้อหาที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ
นักบุญฟรังซิสเซเวียร์
ปูพื้นประวัติศาสตร์คริสตศาสนาในญี่ปุ่นและนางาซากิ
มาตามติดการไปเที่ยวของป้าหมวยยยค่ะ ^&^
ReplyDelete